ไวล์ดเอดร่วมกับครีเอเตอร์ กว่า 30 ชีวิต ชวนทุกคนเป็น Team Shark ปกป้องฉลาม ปกป้องระบบนิเวศ เนื่องในวันรู้จักฉลามปี 2569 หรือ Shark Awareness Day 2026

14  กรกฎาคม 2569 – เนื่องในวันรู้จักฉลาม (Shark Awareness Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) ร่วมกับครีเอเตอร์ กว่า 30 ชีวิต ชวนทุกคนร่วมเป็น “Team Shark” ปกป้องฉลาม ปกป้องระบบนิเวศด้วยการ “บอกเลิกเมนูฉลามในทุกงานฉลอง บอกรักฉลามในฐานะผู้พิทักษ์ระบบนิเวศทะเล และส่งต่อบอกคนรอบตัวผ่านกิจกรรมบนสื่อออนไลน์

แคมเปญนี้มุ่งเข้าถึงผู้ใช้ TikTok ที่เป็นกลุ่ม Gen Z ซึ่งใช้ TikTok เป็นแหล่งค้นหาข้อมูล และกลุ่มรองที่เป็น Gen Y ที่ถือเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการรณรงค์  ด้วยเป็นกลุ่มคนที่เปิดกว้างทางความคิดและพร้อมจะช่วยส่งต่อความรู้เกี่ยวกับฉลามและระบบนิเวศไปสู่คนกลุ่มอื่น ๆ ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน  ผ่านกลยุทธ์การเผยแพร่คลิปต้นแบบจากครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เชิญชวนให้ผู้ใช้ TikTok ร่วมคัฟเวอร์คอนเทนต์ตาม เพื่อชักชวนผู้ติดตามและคนในสังคมร่วมกันปกป้องฉลามและระบบนิเวศทะเล โดยมีครีเอเตอร์นำทัพ 3 ท่าน ได้แก่  

เติร์ก-อมรศักดิ์ เดชห้วยไผ่ (@Turk_Tk) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังและวิทยากรด้านภาษาอังกฤษ ผู้โด่งดังจากคอนเทนต์ซีรีส์ #ภาษาอังกฤษหยาบๆ บนโซเชียลมีเดีย

ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา (@fahsarikass) นักร้อง นักแสดง นางแบบ และบิวตี้บล็อกเกอร์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากการทำคลิปสอนแต่งหน้าสำหรับมือใหม่ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์ไอดอลให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก 

ท็อป-ทศพล หมายสุข (@toptimtodsapol) นักแสดงมากความสามารถที่ฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง ผู้ชื่นชอบกิจกรรมท้าทายอย่างการดำน้ำ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรื่องราวการพบกับฉลามในมุมมองสุดโรแมนติกผ่านคลิปของเขา

นอกจากนี้ ยังมีครีเอเตอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามจำนวนมากบน TikTok รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ จากหลากหลายสายคอนเทนต์ ทั้งสายสุขภาพ การศึกษา ท่องเที่ยว และดำน้ำ ร่วมผลิตคอนเทนต์ เนื่องในวันรู้จักฉลาม เพื่อเผยแพร่ความรู้ และความสำคัญของฉลามต่อระบบนิเวศทะเลในสไตล์ของตัวเอง 

กิจกรรมออนไลน์ล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “TeamShark” ภายใต้ โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามในประเทศไทย ซึ่งองค์กรได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลามที่มีต่อท้องทะเล และลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรับประทานเมนูฉลามกับครอบครัวในร้านอาหาร ซึ่ง ผลสำรวจความต้องการ บริโภคหูฉลามในประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด  พบว่าเป็นวาระโอกาส ที่คนไทยในเขตเมืองบริโภคหูฉลามมากที่สุด 

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริโภคหูฉลาม ในไทยมีแนวโน้มลดลง  จากผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทย พ.ศ. 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด และยังพบว่าความตระหนักรู้ เกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคฉลามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อย ยังรู้สึกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไกลตัว ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางสังคมยังมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และคุณค่าที่ตนยึดถือ การรณรงค์ขององค์กรไวล์ดเอดจึงไม่เพียงมุ่งสร้างองค์ความรู้ เกี่ยวกับผลกระทบของการบริโภคฉลาม แต่ยังทำให้การอนุรักษ์ฉลาม เป็นเรื่องที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมได้ในทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นว่า การเลือกที่จะไม่บริโภคและไม่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์จากฉลาม สะท้อนคุณค่าเชิงบวกและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง 

ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากร สัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล และส่งเสริม ความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม แต่ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลามและกระเบน ทั่วโลกตก อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการทำประมงมากเกินขนาด เพราะความต้องการ นำทุกชิ้นส่วน ไปบริโภค

“แม้หลายคนจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉลามหรือทะเลโดยตรง แต่พฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวัน อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการคุกคามฉลามได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมควรตระหนัก และเริ่มลงมือทำบางอย่างเพื่อปกป้องทะเล เพราะผู้คนจำนวนมากต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลอยู่แล้ว เพียงแต่อาจยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งการลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภค และงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลาม ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยอนุรักษ์ทะเล และรักษา สมดุลของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.เพชร กล่าว

ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ และที่ปรึกษาองค์กรไวล์ดเอด  กล่าวว่า วิกฤตของฉลามในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด การใช้ประโยชน์จากฉลามในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเพียงการบริโภคหูฉลามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้ เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องสำอาง หรืออาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิต และการบริโภคของผู้คนในปัจจุบัน อาจเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจากฉลามโดยที่เราไม่รู้ตัว

ผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามประเทศไทยปี 2566  โดยองค์กรไวล์ดเอดพบว่า การบริโภคหูฉลาม ของคนไทยที่อาศัยในเขตเมืองทั่วประเทศลดลง 34% ตั้งแต่ปี 2560 หรือเทียบเท่า การเสิร์ฟหูฉลาม ที่ลดลงไป 8.1 ล้านครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2560 แต่การบริโภคหูฉลาม ยังคงพบมากในโอกาสทางสังคม และงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการรับประทานกับครอบครัวในร้านอาหาร (60%) งานแต่งงาน (57%) และการรับประทานกับเพื่อนในร้านอาหาร (46%)

แม้ผลสำรวจพบว่า 88% ของผู้ตอบแบบสำรวจรับรู้ว่า ฉลามมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2560  แต่ยังมีคนเมืองอีก 56% ที่อยากลองรับประทานหูฉลาม และยังพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจสนใจที่จะลองบริโภคเนื้อฉลาม บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ 

ปัจจุบันในน่านน้ำไทย สามารถพบฉลามได้มากถึง 89 ชนิด แต่เกือบ 70% มีแนวโน้มเสี่ยงสูญพันธุ์ ไปจนถึงเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ ตามสถานภาพทางการอนุรักษ์ของ IUCN Red List ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากตัวอย่างครีบฉลามจำนวน 206 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บรวบรวมจากตลาดทั่วประเทศไทยโดยองค์กรไวล์ดเอดร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรมประมง และนักวิจัยอิสระ พบว่ากว่า62% มาจากฉลามชนิดที่กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ นั่นเท่ากับว่า ผู้บริโภคหูฉลามอาจกำลังกินฉลามที่เสียงสูญพันธุ์อยู่

องค์กรไวล์ดเอดเตรียมดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการ บริโภคฉลามอย่างต่อเนื่อง โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมผ่าน Team Shark นอกจากนี้ องค์กรได้ทำงาน ร่วมกับภาครัฐ และภาคีในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว StAR Project Thailand และจะผลักดันในเชิงนโยบาย เพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์จากฉลามในอนาคต 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับบรรณาธิการและผู้สื่อข่าว
ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ข้อมูลจากการประเมินสถานภาพทางการอนุรักษ์ของฉลามในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2563 โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่า จากฉลามทั้งหมด 87 ชนิดที่พบในน่านน้ำไทย มีถึง 47 ชนิดที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตั้งแต่ระดับใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ไปจนถึงใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) อันเป็นผลจากการทำประมงเกินขนาดและการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดาวน์โหลดข้อมูล และรูปเพื่อประกอบข่าว: 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อ:

สิปปวิชญ์ วรรณสุศรี ผู้จัดการฝ่ายโครงการและฝ่ายสื่อสาร องค์กรไวล์ดเอด 

อีเมล์: sippavit@wildaid.org | เบอร์โทร: 086-606-5599

นุชหทัย โชติช่วง  ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ ประเทศไทย องค์กรไวล์ดเอด  

อีเมล์: nuthatai@wildaid.org | เบอร์โทร: 081-818-9251

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked (required)