“”

Aenean nec eros. Vestibulum ante ipsum primis in faucibus orci luctus et ultrices posuere cubilia curae. Suspendisse sollicitudin velit sed leo.

หมวดหมู่
  • Blog
  • News
  • Program-1
  • Sharks
  • Wildlifes
  • ไม่มีหมวดหมู่
From Gallery
Stay Connected
WildAidThai
  • Home
  • About
    • ABOUT
    • AMBASSADORS
  • NEWS
    • NEWS
  • PROGRAMS
    • WILDLIFE
    • SHARKS
  • VIDEOS
  • CONTACT

ป้ายกำกับ: ฉลองไม่ฉลาม

Home / ฉลองไม่ฉลาม
13กรกฎาคม
2026

ไวล์ดเอดร่วมกับครีเอเตอร์ กว่า 30 ชีวิต ชวนทุกคนเป็น Team Shark ปกป้องฉลาม ปกป้องระบบนิเวศ เนื่องในวันรู้จักฉลามปี 2569 หรือ Shark Awareness Day 2026

13 กรกฎาคม 2026
wildaidth
News, ไม่มีหมวดหมู่
0

14  กรกฎาคม 2569 – เนื่องในวันรู้จักฉลาม (Shark Awareness Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) ร่วมกับครีเอเตอร์ กว่า 30 ชีวิต ชวนทุกคนร่วมเป็น “Team Shark” ปกป้องฉลาม ปกป้องระบบนิเวศด้วยการ “บอกเลิกเมนูฉลามในทุกงานฉลอง บอกรักฉลามในฐานะผู้พิทักษ์ระบบนิเวศทะเล และส่งต่อบอกคนรอบตัวผ่านกิจกรรมบนสื่อออนไลน์

แคมเปญนี้มุ่งเข้าถึงผู้ใช้ TikTok ที่เป็นกลุ่ม Gen Z ซึ่งใช้ TikTok เป็นแหล่งค้นหาข้อมูล และกลุ่มรองที่เป็น Gen Y ที่ถือเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการรณรงค์  ด้วยเป็นกลุ่มคนที่เปิดกว้างทางความคิดและพร้อมจะช่วยส่งต่อความรู้เกี่ยวกับฉลามและระบบนิเวศไปสู่คนกลุ่มอื่น ๆ ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน  ผ่านกลยุทธ์การเผยแพร่คลิปต้นแบบจากครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เชิญชวนให้ผู้ใช้ TikTok ร่วมคัฟเวอร์คอนเทนต์ตาม เพื่อชักชวนผู้ติดตามและคนในสังคมร่วมกันปกป้องฉลามและระบบนิเวศทะเล โดยมีครีเอเตอร์นำทัพ 3 ท่าน ได้แก่  

เติร์ก-อมรศักดิ์ เดชห้วยไผ่ (@Turk_Tk) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังและวิทยากรด้านภาษาอังกฤษ ผู้โด่งดังจากคอนเทนต์ซีรีส์ #ภาษาอังกฤษหยาบๆ บนโซเชียลมีเดีย

ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา (@fahsarikass) นักร้อง นักแสดง นางแบบ และบิวตี้บล็อกเกอร์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากการทำคลิปสอนแต่งหน้าสำหรับมือใหม่ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์ไอดอลให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก 

ท็อป-ทศพล หมายสุข (@toptimtodsapol) นักแสดงมากความสามารถที่ฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง ผู้ชื่นชอบกิจกรรมท้าทายอย่างการดำน้ำ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรื่องราวการพบกับฉลามในมุมมองสุดโรแมนติกผ่านคลิปของเขา

นอกจากนี้ ยังมีครีเอเตอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามจำนวนมากบน TikTok รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ จากหลากหลายสายคอนเทนต์ ทั้งสายสุขภาพ การศึกษา ท่องเที่ยว และดำน้ำ ร่วมผลิตคอนเทนต์ เนื่องในวันรู้จักฉลาม เพื่อเผยแพร่ความรู้ และความสำคัญของฉลามต่อระบบนิเวศทะเลในสไตล์ของตัวเอง 

กิจกรรมออนไลน์ล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “TeamShark” ภายใต้ โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามในประเทศไทย ซึ่งองค์กรได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลามที่มีต่อท้องทะเล และลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรับประทานเมนูฉลามกับครอบครัวในร้านอาหาร ซึ่ง ผลสำรวจความต้องการ บริโภคหูฉลามในประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด  พบว่าเป็นวาระโอกาส ที่คนไทยในเขตเมืองบริโภคหูฉลามมากที่สุด 

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริโภคหูฉลาม ในไทยมีแนวโน้มลดลง  จากผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทย พ.ศ. 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด และยังพบว่าความตระหนักรู้ เกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคฉลามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อย ยังรู้สึกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไกลตัว ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางสังคมยังมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และคุณค่าที่ตนยึดถือ การรณรงค์ขององค์กรไวล์ดเอดจึงไม่เพียงมุ่งสร้างองค์ความรู้ เกี่ยวกับผลกระทบของการบริโภคฉลาม แต่ยังทำให้การอนุรักษ์ฉลาม เป็นเรื่องที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมได้ในทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นว่า การเลือกที่จะไม่บริโภคและไม่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์จากฉลาม สะท้อนคุณค่าเชิงบวกและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง 

ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากร สัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล และส่งเสริม ความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม แต่ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลามและกระเบน ทั่วโลกตก อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการทำประมงมากเกินขนาด เพราะความต้องการ นำทุกชิ้นส่วน ไปบริโภค

“แม้หลายคนจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉลามหรือทะเลโดยตรง แต่พฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวัน อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการคุกคามฉลามได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมควรตระหนัก และเริ่มลงมือทำบางอย่างเพื่อปกป้องทะเล เพราะผู้คนจำนวนมากต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลอยู่แล้ว เพียงแต่อาจยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งการลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภค และงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลาม ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยอนุรักษ์ทะเล และรักษา สมดุลของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.เพชร กล่าว

ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ และที่ปรึกษาองค์กรไวล์ดเอด  กล่าวว่า วิกฤตของฉลามในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด การใช้ประโยชน์จากฉลามในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเพียงการบริโภคหูฉลามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้ เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องสำอาง หรืออาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิต และการบริโภคของผู้คนในปัจจุบัน อาจเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจากฉลามโดยที่เราไม่รู้ตัว

ผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามประเทศไทยปี 2566  โดยองค์กรไวล์ดเอดพบว่า การบริโภคหูฉลาม ของคนไทยที่อาศัยในเขตเมืองทั่วประเทศลดลง 34% ตั้งแต่ปี 2560 หรือเทียบเท่า การเสิร์ฟหูฉลาม ที่ลดลงไป 8.1 ล้านครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2560 แต่การบริโภคหูฉลาม ยังคงพบมากในโอกาสทางสังคม และงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการรับประทานกับครอบครัวในร้านอาหาร (60%) งานแต่งงาน (57%) และการรับประทานกับเพื่อนในร้านอาหาร (46%)

แม้ผลสำรวจพบว่า 88% ของผู้ตอบแบบสำรวจรับรู้ว่า ฉลามมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2560  แต่ยังมีคนเมืองอีก 56% ที่อยากลองรับประทานหูฉลาม และยังพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจสนใจที่จะลองบริโภคเนื้อฉลาม บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ 

ปัจจุบันในน่านน้ำไทย สามารถพบฉลามได้มากถึง 89 ชนิด แต่เกือบ 70% มีแนวโน้มเสี่ยงสูญพันธุ์ ไปจนถึงเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ ตามสถานภาพทางการอนุรักษ์ของ IUCN Red List ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากตัวอย่างครีบฉลามจำนวน 206 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บรวบรวมจากตลาดทั่วประเทศไทยโดยองค์กรไวล์ดเอดร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรมประมง และนักวิจัยอิสระ พบว่ากว่า62% มาจากฉลามชนิดที่กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ นั่นเท่ากับว่า ผู้บริโภคหูฉลามอาจกำลังกินฉลามที่เสียงสูญพันธุ์อยู่

องค์กรไวล์ดเอดเตรียมดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการ บริโภคฉลามอย่างต่อเนื่อง โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมผ่าน Team Shark นอกจากนี้ องค์กรได้ทำงาน ร่วมกับภาครัฐ และภาคีในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว StAR Project Thailand และจะผลักดันในเชิงนโยบาย เพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับ ผลิตภัณฑ์จากฉลามในอนาคต 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับบรรณาธิการและผู้สื่อข่าว
ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ผลการตรวจดีเอ็นเอในหูฉลาม 206 ตัวอย่าง ที่เก็บจากแหล่งค้าในหลายจังหวัดในประเทศไทย โดยองค์กรไวล์ดเอด (WildAid) ร่วมกับทีมนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กรมประมง และนักวิจัยอิสระ พบฉลามอย่างน้อย 15 ชนิด ซึ่งชนิดฉลามส่วนใหญ่ (62%) มีสถานภาพเสี่ยงสูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของ IUCN Red List ดังนั้น ผู้บริโภคอาจกำลังกินฉลามที่เสี่ยงสูญพันธุ์อยู่ 
  • ข้อมูลจากการประเมินสถานภาพทางการอนุรักษ์ของฉลามในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2563 โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุว่า จากฉลามทั้งหมด 87 ชนิดที่พบในน่านน้ำไทย มีถึง 47 ชนิดที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตั้งแต่ระดับใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ไปจนถึงใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) อันเป็นผลจากการทำประมงเกินขนาดและการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดาวน์โหลดข้อมูล และรูปเพื่อประกอบข่าว: 

https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1yZL8hQKpkkWvtFqF3x014K5ZUraBmJuC

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อ:

สิปปวิชญ์ วรรณสุศรี ผู้จัดการฝ่ายโครงการและฝ่ายสื่อสาร องค์กรไวล์ดเอด 

อีเมล์: sippavit@wildaid.org | เบอร์โทร: 086-606-5599

นุชหทัย โชติช่วง  ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ ประเทศไทย องค์กรไวล์ดเอด  

อีเมล์: nuthatai@wildaid.org | เบอร์โทร: 081-818-9251

#TeamSharkWildAidThailandฉลองไม่ฉลามฉลาม
Read More
19มีนาคม
2026

ไวล์ดเอดเปิดตัวโฆษณาตัวใหม่ชวนทุกคนเป็น Team Shark ย้ำโอกาสสำคัญไม่ต้องมีเมนูฉลาม

19 มีนาคม 2026
wildaidth
News
0

18 มีนาคม 2569 – องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) เปิดตัวโฆษณารณรงค์ชิ้นล่าสุด “TeamShark” ภายใต้โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามในประเทศไทย ซึ่งองค์กรได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลามที่มีต่อท้องทะเล และลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรับประทานเมนูฉลามกับครอบครัวในร้านอาหาร ซึ่งผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด พบว่าเป็นวาระโอกาสที่คนไทยในเขตเมืองบริโภคหูฉลามมากที่สุด

Team Shark ชวนทุกคนร่วมกันปกป้องฉลามได้ในทุก ๆ วัน ผ่านโฆษณารณรงค์ที่เล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่สั่งหูฉลามมาฉลองเนื่องในวันเกิดของพ่อ แต่ทันทีที่ลูกสาวโพสต์รูปฉลองกับหูฉลามลงบนโซเชียลมีเดีย คอมเมนต์จำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนจากทั้งเพื่อนและคนรอบตัว สะท้อนให้เห็นว่า มีผู้คนมากมายที่พร้อมจะตั้งคำถาม บอกต่อความสำคัญของฉลาม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคเมนูฉลามให้ผู้บริโภคได้รับรู้ ท้ายที่สุดโฆษณาต้องการสื่อว่า ทุกคนสามารถเป็น ‘ทีมชาร์ค’ ด้วยการไม่กินหูฉลาม ไม่สั่งเมนูฉลาม และไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลาม เพราะการปกป้องฉลาม คือการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริโภคหูฉลามในไทยมีแนวโน้มลดลง จากผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทย พ.ศ. 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด และยังพบว่าความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคฉลามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเรื่องไกลตัว การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฉลามหรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจึงต้องอาศัยการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางสังคมยังมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และคุณค่าที่ตนยึดถือ

วรัญญู ศรเศรษฐ์สกุล ผู้อำนวยการบริหารแผนกสร้างสรรค์ บริษัท BBDO Bangkok เอเจนซี่โฆษณาผู้อยู่เบื้องหลังโฆษณา Team Shark กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ‘ภาพลักษณ์’ และ ‘ตัวตน’ ในสายตาของสังคมกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้น เราพบว่าเมื่อผู้คนเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด การรับปริญญา หรือการขึ้นบ้านใหม่ และโพสต์ภาพการฉลองด้วยเมนูฉลาม หลายครั้งเจ้าของโพสต์อาจทำไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยไม่ได้ตระหนักว่าการกระทำนั้นอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในวันนี้คือเสียงสะท้อนจากสังคม เมื่อผู้คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามและแสดงจุดยืนว่า การบริโภคฉลามไม่ใช่สิ่งที่ควรภาคภูมิใจอีกต่อไป ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าบรรทัดฐานทางสังคมกำลังเปลี่ยนแปลง และพลังจากสังคมสามารถมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การไม่บริโภคฉลามกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและภาคภูมิใจ ซึ่งแนวคิดนี้เองเป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาแคมเปญรณรงค์ในครั้งนี้” คุณวรัญญู กล่าว

ด้วยเหตุนี้ การรณรงค์ขององค์กรไวล์ดเอดจึงไม่เพียงมุ่งสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการบริโภคฉลาม แต่ยังทำให้การอนุรักษ์ฉลามเป็นเรื่องที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมได้ในทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นว่า การเลือกที่จะไม่บริโภคและไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลามสะท้อนคุณค่าเชิงบวก และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ทุกคนจึงร่วมเป็น “Team Shark” ได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงไม่กินหูฉลาม ไม่สั่งเมนูจากฉลาม และไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลาม

ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากรสัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม แต่ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลามและกระเบนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการทำประมงมากเกินขนาด เพราะความต้องการนำทุกชิ้นส่วนไปบริโภค

ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ และที่ปรึกษาองค์กรไวล์ดเอด กล่าวว่า วิกฤตของฉลามในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด เพราะที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากมักเชื่อว่าหากตนเองไม่ได้บริโภคหูฉลาม ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคุกคามฉลามหรือการทำลายระบบนิเวศทางทะเล แต่ในความเป็นจริง การใช้ประโยชน์จากฉลามในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเพียงการบริโภคหูฉลามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องสำอาง หรืออาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตและการบริโภคของผู้คนในปัจจุบันอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจากฉลามโดยที่เราไม่รู้ตัว

“แม้หลายคนจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉลามหรือทะเลโดยตรง แต่พฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวันอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการคุกคามฉลามได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมควรตระหนักและเริ่มลงมือทำบางอย่างเพื่อปกป้องทะเล เพราะผู้คนจำนวนมากต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลอยู่แล้ว เพียงแต่อาจยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งการลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยอนุรักษ์ทะเลและรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.เพชร กล่าว

ผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอดพบว่า การบริโภคหูฉลามของคนไทยที่อาศัยในเขตเมืองทั่วประเทศลดลง 34% ตั้งแต่ปี 2560 หรือเทียบเท่าการเสิร์ฟหูฉลามที่ลดลงไป 8.1 ล้านครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2560 แต่การบริโภคหูฉลามยังคงพบมากในโอกาสทางสังคมและงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการรับประทานกับครอบครัวในร้านอาหาร (60%) งานแต่งงาน (57%) และการรับประทานกับเพื่อนในร้านอาหาร (46%)

แม้ผลสำรวจพบว่า 88% ของผู้ตอบแบบสำรวจรับรู้ว่า ฉลามมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2560 แต่ยังมีคนเมืองอีก 56% ที่อยากลองรับประทานหูฉลาม และยังพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจสนใจที่จะลองบริโภคเนื้อฉลาม บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ในปีนี้ องค์กรไวล์ดเอดเตรียมดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามอย่างต่อเนื่อง โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมผ่าน Team Shark นอกจากนี้

องค์กรได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ และภาคีในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว StAR Project Thailand และจะผลักดันในเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์จากฉลามในอนาคต

โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม รวมถึงโฆษณา “TeamShark” สร้างสรรค์โดย บริษัท BBDO Bangkok เอเจนซี่โฆษณาระดับโลก เพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กรไวล์ดเอดในการอนุรักษ์ฉลาม

#TeamSharkWildAidThailandฉลองไม่ฉลามฉลาม
Read More
10พฤศจิกายน
2025

ผลวิจัยล่าสุดพบสารหนูเกินระดับปลอดภัยในขนมสัตว์เลี้ยงฉลามอบแห้ง หวั่นกระทบสุขภาพสัตว์เลี้ยงระยะยาว

10 พฤศจิกายน 2025
wildaidth
News, ไม่มีหมวดหมู่
0

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 10 พฤศจิกายน 2568 – สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับองค์กรไวล์ดเอด (WildAid) และโอเชียน บลู ทรี (Ocean Blue Tree) เผยผลการตรวจสอบโลหะหนัก และสารอาหารใน ผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟันสัตว์เลี้ยงที่ทำจากฉลาม ประเภทกระดูกอ่อน และฉลามอบแห้งทั้งตัว พบสารหนูในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภท โดยเฉพาะฉลามอบแห้งทั้งตัว ที่ร้อยละ 50 ของตัวอย่าง มีปริมาณสารหนูที่เกินค่าความปลอดภัย เตือนเสี่ยงกระทบสุขภาพสัตว์เลี้ยงหากบริโภคต่อเนื่องในระยะยาว 

การศึกษาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณโลหะหนัก ประเภทสารหนู แคดเมียม และปรอท ในผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟันสัตว์เลี้ยงที่ทำจากฉลาม เนื่องจากฉลามเป็นผู้ล่าลำดับต้น ๆ ในห่วงโซ่อาหาร มีแนวโน้มสะสมสารพิษ ในร่างกายสูงกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น รวมถึงศึกษาปริมาณสารอาหารบางชนิด ได้แก่ โซเดียมและแคลเซียม ซึ่งมักถูกใช้ เป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟันสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยนำผลที่ได้ไปประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของ สัตว์เลี้ยงจากการบริโภค การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลดความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลาม โดยเฉพาะขนมสัตว์เลี้ยง ซึ่งภายใต้โครงการดังกล่าวยังรวมถึงการวิจัยดีเอ็นเอเพื่อระบุชนิดของฉลามที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวด้วย เพื่อนำผลไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางอนุรักษ์ ปรับปรุงกฎระเบียบในการติดตาม การค้าฉลามภายในประเทศในอนาคต 

ผลการสำรวจตลาดเบื้องต้นผ่านช่องทางออนไลน์โดยองค์กรไวล์ดเอดในช่วงต้น กลาง และปลาย พ.ศ. 2567 รวม 30 วันพบว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งมีร้านค้าออนไลน์มากกว่า 100 ร้านในประเทศไทยที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สอดคล้องกับตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีขนมขัดฟันสุนัขและแมวกว่า 10 ชนิด ที่ระบุว่าทำมาจากฉลาม โดยกระดูกอ่อนฉลาม และฉลามอบแห้งทั้งตัว เป็นสินค้าที่พบการจำหน่ายมากที่สุด และมักระบุว่ามีสารอาหารที่สัตว์เลี้ยงต้องการในปริมาณสูง เช่น โปรตีน แคลเซียม และอื่น ๆ ที่เชื่อว่าดีต่อสุขภาพของกระดูก ฟันและข้อต่อ  

ทีมวิจัยจาก สจล. นำตัวอย่างกระดูกอ่อนฉลาม 50 ตัวอย่าง และฉลามอบแห้งทั้งตัวจำนวน 12 ตัวอย่าง จากการสุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์ปริมาณสารโลหะหนักประเภทสารหนู แคดเมียม และปรอท พบว่า ตัวอย่างฉลามอบแห้งครึ่งหนึ่ง มีระดับสารหนูเกินค่าความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ขณะที่งานวิจัยเชิงทดลองที่ ผ่านมาในต่างประเทศยังพบความเชื่อมโยงของการสะสมของสารหนูในระยะยาวกับความเสี่ยงของการเกิดโรคตับ ไต และโรคทางผิวหนังในสุนัข นอกจากนี้ยังตรวจพบแคดเมียมและปรอทในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภท แม้จะอยู่ในระดับ ที่ไม่เกินค่าความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานสากล แต่งานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศยังพบความเชื่อมโยง ของการเกิดโรคในไต โรคระบบประสาท และอาจมีผลต่อกระบวนการสร้างกระดูกทั้งในสุนัขและแมว หากมีการสะสม ในระยะยาว  

ผศ. ดร.วัลย์ลดา กลางนุรักษ์ หัวหน้าทีมวิจัยและอาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. กล่าวว่า “การบริโภคขนมขัดฟันสัตว์เลี้ยงที่ทำจากฉลามในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสุนัขและแมว เนื่องจากการ สะสมของโลหะหนักในร่างกาย ฉลามเป็นสัตว์ผู้ล่าลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหารและมีอายุยืน ทำให้มีแนวโน้ม ที่จะสะสมสารพิษได้มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ในขณะที่แหล่งแคลเซียมทางเลือก เช่น ปลากระดูกแข็ง จากการศึกษาครั้งนี้ ไม่พบแคดเมียม และปรอท และพบปริมาณสารหนูในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลาม จึงอาจเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ควรต้องมีการควบคุมระดับโซเดียมอย่างเข้มงวดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมเกินขนาดในสัตว์เลี้ยง”  

แนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก (Pet Parenting) กำลังส่งผลให้ความต้องการสินค้า สัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม และสินค้าที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงขนมขัดฟันการสำรวจความคิดเห็น ผู้เลี้ยงสุนัขและแมว จำนวน 419 คน ในกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญ โดยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แบ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จากฉลาม 70% และผู้ไม่ใช้ 30% พบว่า แรงจูงใจในการซื้อขนมขัดฟันจากฉลาม เพราะเชื่อว่ามีคุณค่า ทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ของสัตว์เลี้ยง (67%) และมองว่าการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นการแสดงความรักและเอาใจใส่ (38%) แต่ความกังวลด้าน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และความยั่งยืนของสินค้าอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อในอนาคต ทั้งนี้ผู้เลี้ยงยังตระหนักถึง ความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์จากฉลามและผลกระทบที่อาจมีต่อระบบนิเวศไม่มากนัก สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็น ในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุนัขซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าดังกล่าว 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไวล์ดเอด ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ฉลาม พบแนวโน้มที่น่ากังวลของการ จำหน่ายขนมขัดฟันสัตว์เลี้ยงที่ทำจากฉลามในประเทศไทยและพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีทั้งแบบที่ระบุบนซองผลิตภัณฑ์ และที่ไม่ระบุว่าทำมาจาก “ฉลาม” โดยอาจเรียกว่า “กระดูกอ่อนปลา” หรือ “กระดูกปลา” ซึ่งอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่ทราบว่ากำลังซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลาม นอกจากนี้การสำรวจความคิดเห็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง 50 ราย​ ในกรุงเทพฯและจังหวัดสำคัญ โดยบริษัท พี.ไอ.วาย.เอ รีเสิร์ช จำกัด พบว่าผู้ขายส่วนใหญ่ขาดข้อมูลแหล่งที่มา ชนิดของฉลาม กระบวนการผลิต และส่วนใหญ่เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นเพียง “ผลพลอยได้” จากอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล 

ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์และที่ปรึกษาองค์กรไวล์ดเอด เผยว่า “หลายคนเข้าใจว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมประมงและคิดว่าการใช้ทุกส่วนของฉลามเป็นสิ่งที่ยั่งยืน แต่นี่คือความเข้าใจ ที่ผิดเพราะในขณะที่ 1 ใน 3 ของชนิดฉลามทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์จากการทำประมง เกินขนาด การใช้ประโยชน์ ทุกส่วนไม่ได้เท่ากับการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนตรงกันข้ามผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจกระตุ้น ความต้องการ ในการจับฉลามเพิ่มขึ้น และขาดแรงจูงใจที่จะหาแนวทางลดการจับฉลามเป็นสัตว์น้ำพลอยได้”  

จากการสำรวจตลาดซื้อขายผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟันฉลามทางออนไลน์อย่างไม่เป็นทางการโดยองค์กรไวล์ดเอด และการสำรวจความคิดเห็นผู้จำหน่ายโดยบริษัท พี.ไอ.วาย.เอ รีเสิร์ช จำกัด ทำให้เห็นแนวโน้มที่ตรงกันว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ ไม่มีฉลากระบุชนิดของฉลามและแหล่งที่มาของสินค้า ซึ่งตอกย้ำว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะขาดการตรวจสอบย้อนกลับ การให้ขนมเหล่านี้กับสัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่การสนับสนุนแนวทางการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ขณะที่ปัจจุบันฉลามกว่า 80 ล้าน ตัวถูกฆ่าต่อปีจากการทำประมงเกินขนาดและความต้องการบริโภค โดยประมาณ 1 ใน 3 หรือราว 25 ล้านตัว เป็นชนิดที่เสี่ยง ต่อการสูญพันธุ์อีกด้วย 

“ตราบใดที่เรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลิตภัณฑ์จากฉลามเหล่านั้น มีแหล่งที่มาจากการทำประมงและการนำเข้า-ส่งออกที่ถูกกฎหมาย มีกระบวนการที่ได้มาตามมาตรฐานจริยธรรม และคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในและระหว่างประเทศ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฉลามโดยสิ้นเชิง”  ดร.เพชร กล่าวเสริม 

ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากรสัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม การศึกษานี้ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามในระยะยาวอาจเป็นภัยต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง และเป็นภัยต่อความยั่งยืนของท้องทะเลอีกด้วย 

องค์กรไวล์ดเอดร่วมกับโอเชียน บลู ทรี เตรียมเปิดตัวโครงการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยเงียบ ระยะยาวของขนมขัดฟันสัตว์เลี้ยงจากฉลามที่อาจส่งผลต่อทั้งสัตว์เลี้ยงและประชากรฉลาม พร้อมทั้งมีแผนทำงานร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันการติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาการค้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้เข้มงวดมากขึ้น 

ข้อมูลเพิ่มเติม: 

  • ผลวิจัยสจล. ยังพบว่า ปริมาณโซเดียมในตัวอย่างกระดูกอ่อนฉลามสูงกว่าระดับที่แนะนำสำหรับอาหารสุนัขและแมว แบบแห้งถึง 4 เท่า ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวหากบริโภคเป็นประจำ ส่วนระดับแคลเซียม พบว่ามีปริมาณสูงเกินกว่าค่าทางโภชนาการสูงสุดที่กำหนดสำหรับอาหารสุนัขและแมวแบบแห้ง ตามมาตรฐานของ สหพันธ์อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งยุโรป ​ซึ่ง​แม้ว่าการบริโภคในระยะสั้นอาจไม่เป็นอันตรายโดยทันที แต่การได้รับแคลเซียมในระดับที่สูงเกินไปไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง 
  • ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลามและกระเบนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการทำประมงมาก เกินขนาด เพราะความต้องการนำทุกชิ้นส่วนไปบริโภค 
  • ผลการศึกษา “Global shark fishing mortality still rising despite widespread regulatory change” ประเมินว่า จำนวนปลาฉลามที่ถูกฆ่าเพิ่มขึ้นจาก 76 ล้านตัว เป็น 80 ล้านตัว ระหว่างปี 2012-2019 ในจำนวนนี้ ราว 25 ล้านตัว เป็นฉลามที่มีสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 
  • ดาวน์โหลดรายงาน Thailand’s Demand For Sharks Persists โดยองค์กรไวล์ดเอด https://wildaid.org/wp-content/uploads/2024/07/Final-Report_version-1.1.pdf 
  • ดาวน์โหลดรายงาน SHARK-BASED PET TREATS IN THAILAND โดยองค์กรไวล์ดเอด
    https://www.wildaidthai.org/wp-content/uploads/2026/06/Final_Shark-Based-Pet-Treats-in-Thailand-online.pdf

#Shark#SharkIsNotASnack#TreatOrThreat#ขนมที่ให้อาจมีภัยซ่อนอยู่#ฉลามฉลองไม่ฉลาม
Read More
15กรกฎาคม
2024
Thailand Shark Fin Consumption Persists

องค์กรไวล์ดเอดเผยผลสำรวจพบ คนเมืองกินหูฉลามลดลงราว 34% ขอบคุณคนไทยที่ #ฉลองไม่ฉลาม

15 กรกฎาคม 2024
wildaidth
Blog, News
0

เนื่องในวันรู้จักฉลาม องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) เปิดเผยรายงานผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามและเนื้อฉลามในประเทศไทย พ.ศ. 2566 จัดทำโดยบริษัทวิจัยแรพพิด เอเชีย (Rapid Asia) พบว่า คนไทยในเขตเมืองกินหูฉลามลดลงร้อยละ 34 ในช่วง 6 ปีมานี้ หรือเทียบเท่า การเสิร์ฟหูฉลามที่ลดลงไป 8.1 ล้านครั้ง

#NoSharkFinWildAidThailandฉลองไม่ฉลาม
Read More
19มิถุนายน
2024
WildAid Thailand and Ocean Blue Tree

ไวล์ดเอดเปิดตัวโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง “Spot the Leopard Shark – Thailand” ในงาน Thailand Dive Expo (TDEX) 2024 ชวนนักดำน้ำอัปโหลดภาพถ่ายฉลามเสือดาว

19 มิถุนายน 2024
wildaidth
Blog, News
0

ไวล์ดเอดเปิดตัวโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง “Spot the Leopard Shark – Thailand” ในงาน TDEXชวนนักดำน้ำอัปโหลดภาพถ่ายฉลามเสือดาว

Leopard SharkTDEXWildAidThailandฉลองไม่ฉลามฉลามเสือดาว
Read More
14มีนาคม
2024

“องค์กรอนุรักษ์ยื่นหนังสือชวนรัฐสภา #ฉลองไม่ฉลาม  เลิกเสิร์ฟเมนูฉลามในทุก ๆ โอกาส”

14 มีนาคม 2024
wildaidth
News, Sharks
0

องค์กร WildAid และ Love Wildlife ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐสภาเพื่อขอความร่วมมือให้เลิกเสิร์ฟหูฉลามในรัฐสภา

ฉลองไม่ฉลาม
Read More
Latest Posts
ไวล์ดเอดร่วมกับครีเอเตอร์ กว่า 30 ชีวิต ชวนทุกคนเป็น Team Shark ปกป้องฉลาม ปกป้องระบบนิเวศ เนื่องในวันรู้จักฉลามปี 2569 หรือ Shark Awareness Day 2026
13 กรกฎาคม 2026
ไวล์ดเอดเปิดตัวโฆษณาตัวใหม่ชวนทุกคนเป็น Team Shark ย้ำโอกาสสำคัญไม่ต้องมีเมนูฉลาม
19 มีนาคม 2026
องค์กรไวล์ดเอด และ ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา เมอร์ลินบีช ร่วมผลักดันการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และการฟื้นฟูแนวปะการัง
12 มกราคม 2026
ป้ายกำกับ
#30x30 #NoSharkFin #Shark #SharkIsNotASnack #TeamShark #TreatOrThreat #ขนมที่ให้อาจมีภัยซ่อนอยู่ #ฉลาม calendar candles clothes Leopard Shark LMMA Oceanbluetree OECM phuketmarriottmerlinbeach ReShark sharks StARProjectThailand TDEX training WildAidThailand zebrashark ฉลองไม่ฉลาม ฉลาม ฉลามเสือดาว โครงการStARประเทศไทย
Featured Video
https://vimeo.com/155588828?loop=0
Instagram

     Follow Me!

    HOME       ABOUT       NEWS      PROGRAMS       VIDEOS       CONTACT
    WildAid Thailand
    Copyright © 2023 WildAid Thailand. All Rights Reserved.