2026
ไวล์ดเอดเปิดตัวโฆษณาตัวใหม่ชวนทุกคนเป็น Team Shark ย้ำโอกาสสำคัญไม่ต้องมีเมนูฉลาม
18 มีนาคม 2569 – องค์กรไวล์ดเอด (WildAid) เปิดตัวโฆษณารณรงค์ชิ้นล่าสุด “TeamShark” ภายใต้โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามในประเทศไทย ซึ่งองค์กรได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของฉลามที่มีต่อท้องทะเล และลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรับประทานเมนูฉลามกับครอบครัวในร้านอาหาร ซึ่งผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด พบว่าเป็นวาระโอกาสที่คนไทยในเขตเมืองบริโภคหูฉลามมากที่สุด
Team Shark ชวนทุกคนร่วมกันปกป้องฉลามได้ในทุก ๆ วัน ผ่านโฆษณารณรงค์ที่เล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่สั่งหูฉลามมาฉลองเนื่องในวันเกิดของพ่อ แต่ทันทีที่ลูกสาวโพสต์รูปฉลองกับหูฉลามลงบนโซเชียลมีเดีย คอมเมนต์จำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนจากทั้งเพื่อนและคนรอบตัว สะท้อนให้เห็นว่า มีผู้คนมากมายที่พร้อมจะตั้งคำถาม บอกต่อความสำคัญของฉลาม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคเมนูฉลามให้ผู้บริโภคได้รับรู้ ท้ายที่สุดโฆษณาต้องการสื่อว่า ทุกคนสามารถเป็น ‘ทีมชาร์ค’ ด้วยการไม่กินหูฉลาม ไม่สั่งเมนูฉลาม และไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลาม เพราะการปกป้องฉลาม คือการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล
แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริโภคหูฉลามในไทยมีแนวโน้มลดลง จากผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทย พ.ศ. 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอด และยังพบว่าความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคฉลามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเรื่องไกลตัว การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฉลามหรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจึงต้องอาศัยการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางสังคมยังมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และคุณค่าที่ตนยึดถือ
วรัญญู ศรเศรษฐ์สกุล ผู้อำนวยการบริหารแผนกสร้างสรรค์ บริษัท BBDO Bangkok เอเจนซี่โฆษณาผู้อยู่เบื้องหลังโฆษณา Team Shark กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ‘ภาพลักษณ์’ และ ‘ตัวตน’ ในสายตาของสังคมกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้น เราพบว่าเมื่อผู้คนเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด การรับปริญญา หรือการขึ้นบ้านใหม่ และโพสต์ภาพการฉลองด้วยเมนูฉลาม หลายครั้งเจ้าของโพสต์อาจทำไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยไม่ได้ตระหนักว่าการกระทำนั้นอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในวันนี้คือเสียงสะท้อนจากสังคม เมื่อผู้คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามและแสดงจุดยืนว่า การบริโภคฉลามไม่ใช่สิ่งที่ควรภาคภูมิใจอีกต่อไป ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าบรรทัดฐานทางสังคมกำลังเปลี่ยนแปลง และพลังจากสังคมสามารถมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การไม่บริโภคฉลามกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและภาคภูมิใจ ซึ่งแนวคิดนี้เองเป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาแคมเปญรณรงค์ในครั้งนี้” คุณวรัญญู กล่าว

ด้วยเหตุนี้ การรณรงค์ขององค์กรไวล์ดเอดจึงไม่เพียงมุ่งสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการบริโภคฉลาม แต่ยังทำให้การอนุรักษ์ฉลามเป็นเรื่องที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมได้ในทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นว่า การเลือกที่จะไม่บริโภคและไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลามสะท้อนคุณค่าเชิงบวก และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ทุกคนจึงร่วมเป็น “Team Shark” ได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพียงไม่กินหูฉลาม ไม่สั่งเมนูจากฉลาม และไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฉลาม
ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากรสัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไปเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวม แต่ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลามและกระเบนทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการทำประมงมากเกินขนาด เพราะความต้องการนำทุกชิ้นส่วนไปบริโภค
ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ และที่ปรึกษาองค์กรไวล์ดเอด กล่าวว่า วิกฤตของฉลามในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด เพราะที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากมักเชื่อว่าหากตนเองไม่ได้บริโภคหูฉลาม ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคุกคามฉลามหรือการทำลายระบบนิเวศทางทะเล แต่ในความเป็นจริง การใช้ประโยชน์จากฉลามในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเพียงการบริโภคหูฉลามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องสำอาง หรืออาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตและการบริโภคของผู้คนในปัจจุบันอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจากฉลามโดยที่เราไม่รู้ตัว
“แม้หลายคนจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉลามหรือทะเลโดยตรง แต่พฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวันอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการคุกคามฉลามได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมควรตระหนักและเริ่มลงมือทำบางอย่างเพื่อปกป้องทะเล เพราะผู้คนจำนวนมากต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลอยู่แล้ว เพียงแต่อาจยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งการลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยอนุรักษ์ทะเลและรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.เพชร กล่าว

ผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามประเทศไทยปี 2566 โดยองค์กรไวล์ดเอดพบว่า การบริโภคหูฉลามของคนไทยที่อาศัยในเขตเมืองทั่วประเทศลดลง 34% ตั้งแต่ปี 2560 หรือเทียบเท่าการเสิร์ฟหูฉลามที่ลดลงไป 8.1 ล้านครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2560 แต่การบริโภคหูฉลามยังคงพบมากในโอกาสทางสังคมและงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการรับประทานกับครอบครัวในร้านอาหาร (60%) งานแต่งงาน (57%) และการรับประทานกับเพื่อนในร้านอาหาร (46%)
แม้ผลสำรวจพบว่า 88% ของผู้ตอบแบบสำรวจรับรู้ว่า ฉลามมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2560 แต่ยังมีคนเมืองอีก 56% ที่อยากลองรับประทานหูฉลาม และยังพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจสนใจที่จะลองบริโภคเนื้อฉลาม บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ในปีนี้ องค์กรไวล์ดเอดเตรียมดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ #ฉลองไม่ฉลาม เพื่อลดความต้องการบริโภคฉลามอย่างต่อเนื่อง โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมผ่าน Team Shark นอกจากนี้
องค์กรได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ และภาคีในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว StAR Project Thailand และจะผลักดันในเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์จากฉลามในอนาคต
โครงการรณรงค์ #ฉลองไม่ฉลาม รวมถึงโฆษณา “TeamShark” สร้างสรรค์โดย บริษัท BBDO Bangkok เอเจนซี่โฆษณาระดับโลก เพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กรไวล์ดเอดในการอนุรักษ์ฉลาม