2015
สื่อ-องค์กรอนุรักษ์กดดันฮ่องกงแบนค้างาช้างตามจีน
ฮ่องกง 1 ในตลาดค้างาที่สำคัญของโลก กำลังเผชิญแรงกดดันจากองค์กรอนุรักษ์และสื่อให้ยุติการค้างาช้าง หลังสหรัฐฯและจีนประกาศร่วมกันจะค่อยๆยุติการค้างาช้างในประเทศ
ฮ่องกง ยังคงเป็นตลาดค้างาช้างแหล่งใหญ่เนื่องจากเป็นประตูสำคัญสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย และความต้องการซื้อจากชาวจีนและเอเชียที่เดินทางไปฮ่องกง ผู้ค้างาช้างที่ได้รับใบอนุญาต สามารถขายผลิตภัณฑ์งาช้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องเป็นงาช้างที่ได้มาก่อนที่จะมีการประกาศห้ามค้างาช้างระหว่างประเทศปี 1989 แต่ตลาดค้างาที่ “ถูกกฎหมาย” กลับเป็นที่ฟอกงาช้างผิดกฎหมาย โดยผู้ค้าเติมเต็มสต๊อคเดิมด้วยงาช้างที่ลักลอบมาจากแอฟริกา
รายงานจาก CNN และ The Washington Post ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ เปิดโปงการค้างาในฮ่องกงที่กระตุ้นปัญหาการล่าช้างเอางาในแอฟริกา
เวบไซต์ The Washington Post รายงานว่า ท่าทีของสหรัฐฯ และจีนที่ให้คำมั่นร่วมกันว่า จะค่อยๆยุติการค้างาช้างในประเทศเกือบทุกรูปแบบ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญมาก ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังจับตามองไปที่ฮ่องกง ที่นั่นการที่เจ้าหน้าที่รัฐละเลยที่จะจัดการกับผู้ค้างาที่ฟอกงาผิดกฎหมายให้ถูกต้อง ยิ่งทำให้ขบวนการค้างาผิดกฎหมายได้ใจ และทำให้ฮ่องกงกลายเป็นที่ส่งผ่านงาช้างแอฟริกาต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่
ปีเตอร์ ไนทส์ กรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง WildAid บอกว่า “ฮ่องกงเป็นแหล่งฟอกงาช้างของโลกมาโดยตลอด ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังกดดันให้ฮ่องกงทำตามสหรัฐฯ และจีนที่ประกาศจะค่อยๆ ยุติการค้างาช้างในประเทศ”
ภาพวิดีโอจากการถ่ายทำลับๆ ให้กับ WildAid และ WWF ฮ่องกง ที่ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในรายงานของ CNN ออกอากาศเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นว่า ผู้ค้างายอมรับอย่างเปิดเผยว่า ได้นำงาช้างผิดกฎหมายจากแอฟริกามาเติมเต็มสต๊อคงาถูกกฎหมาย
อเล็กซ์ ฮอฟฟอร์ด หัวหน้างานรณรงค์ WildAid ฮ่องกง บอกว่า “ตลาดค้างาถูกกฎหมายในฮ่องกง เป็นฉากบังหน้าให้ขบวนการค้างาผิดกฎหมาย”
ผลการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้โดย WildAid และองค์กรพันธมิตร African Wildlife Foundation และ Save the Elephants พบว่า ชาวฮ่องกง 75% สนับสนุนการห้ามค้างาช้าง
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ตรัสผ่านช่อง CCTV1 เรียกร้องให้ชาวจีนและทุกคนช่วยกันหยุดยั้งการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า โดยร่วมกันต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ฮ่องกง จำเป็นต้องแสดงความมุ่งมั่นนี้ด้วยเช่นกัน หากจะเอาชนะปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
2015
เจ้าชายวิลเลียมตรัสผ่าน CCTV1 เชื่อมั่นจีนสามารถเป็นผู้นำโลกปกป้องสัตว์ป่าได้
เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ รัชทายาทอันดับสองแห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงบันทึกเทปรายการกับสถานีโทรทัศน์ CCTV1 ของรัฐบาลจีนที่กรุงลอนดอน ตรัสเรียกร้องให้ชาวจีนและทุกคนช่วยกันหยุดยั้งการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า โดยร่วมกันต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ที่ทำให้สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายประเภทกำลังถูกล่าอย่างหนัก
“ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า จีนสามารถเป็นผู้นำโลกในการปกป้องสัตว์ป่า อิทธิพลของจีนบนเวทีโลกแสดงให้เห็นว่า จีนสามารถพลิกโฉมการอนุรักษ์ในศตวรรษนี้ได้ การมีส่วนร่วมปกป้องสัตว์ป่าของจีนจะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ ซึ่งลูกหลานรุ่นต่อๆไป จะพูดถึงได้ด้วยความภาคภูมิใจ” เจ้าชายวิลเลียมตรัสในการบันทึกเทปเมื่อวันจันทร์ที่คิงส์คอลเลจ ลอนดอน ซึ่งจะออกอากาศไปถึงผู้ชมชาวจีนราว 100ล้านคนเร็วๆนี้
สุนทรพจน์ของเจ้าวิลเลียมเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนอังกฤษครั้งสำคัญสัปดาห์นี้ เจ้าชายวิลเลียมตรัสว่า “เราเห็นท่าทีของรัฐบาลจีนในการปรับปรุงกฎหมายและบังคับใช้เพื่อต่อสู้กับขบวนการลักลอบนำเข้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เมื่อเดือนก่อน ประธานาธิบดีสี ประกาศว่าจีนจะค่อยๆระงับการค้างาช้างในประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อเนื่องจากที่เคยประกาศแบนการนำเข้างาช้างแกะสลักเมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ แต่การแก้ปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย จะไม่สำเร็จหากรัฐบาลเป็นคนลงมือเพียงฝ่ายเดียว แต่เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ด้วยกัน”
เจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการปกป้องสัตว์ป่า โดยทรงสนับสนุนองค์กรไม่แสวงผลกำไรหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง WildAid เผยแพร่ข้อความรณรงค์ไปทั่วโลก
ในจีน โฆษณารณรงค์แคมเปญ Ivory Free ที่มีเจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นทูตให้กับ WildAid และพันธมิตรองค์กรอนุรักษ์ ได้ถูกนำไปเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ทั่วประเทศ บิลบอร์ดของพระองค์ยังได้นำไปติดตั้งภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาด้วย
ปีเตอร์ ไนทส์ ผู้ก่อตั้ง WildAid บอกว่า “สุนทรพจน์ของเจ้าชายวิลเลียมถึงชาวจีน คือข้อความถึงพวกเราทุกคน ที่ตอกย้ำว่า ตลาดการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าผิดกฎหมายจะต้องถูกยับยั้งและกำจัดให้หมดสิ้น เพื่อให้สัตว์ป่าดำรงอยู่ต่อไป”
นี่คือโฆษณารณรงค์ของ WildAid ที่มีเจ้าชายวิลเลียมทรงร่วมส่งผ่านข้อความ “หยุดซื้อ คือ หยุดฆ่า” กับเหยา หมิง อดีตนักบาสเกตบอลเอ็น บี เอ ชาวจีน และเดวิด แบคแฮม อดีตนักฟุตบอลชื่อดังชาวอังกฤษ